คารวะนักรบผู้กล้า

คารวะนักรบผู้กล้า
อ้างอิง อ่าน 961 ครั้ง / ตอบ 1 ครั้ง

นิรนาม
 
จึงสรุปได้ว่าเมื่อข่าวเสียกรุงมาถึง“พระยาตาก”จึงประกาศตนเป็น“เจ้าชุมนุม”เพราะคงยังไม่ได้ปราบดาภิเษกเมื่อถึงตรงนี้ความชอบธรรมเริ่มเกิดขึ้น ภาระของคนไทยในการรบกับพม่าซึ่งพระองค์แสดงเจตนามาตลอดก็มีการขานรับ ในการศึกพระองค์ทราบดีว่ามีกองทัพใหญ่ขนาบอยู่ ทั้งหน้าและหลัง การผูกมิตรกับนายทองอยู่นกเล็กเป็นการยิงปืนนัดเดียวแต่ได้นก๒ตัวคือ๑.พระองค์ต้องการกำลังสำคัญของนายชื่นบ้านไข้ ที่เข้มแข็งที่สุดของแขวงเมืองระยอง ๒.การมอบหมายให้นายชื่นบ้านไข้และนายบุญรอดแขนอ่อนเป็นตัวแทนไปเจรจา
ให้มาทำการด้วยกันโดยพระองค์ได้ตั้งนายทองอยู่ นกเล็กเป็นเจ้าเมืองชลบุรีโดยที่พระองค์ไม่ต้องระวังหลังในการมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองจันทบุรีแม้จะเจรจากับนายทองอยู่นกเล็กแล้วแต่พระองค์ก็เกรงใจนายทองอยู่นกเล็ก มากพอสมควรสังเกตได้จากสิ่งของพระราชทานและการเจรจาพาที*
“ทรงพระมหากรุณานายทองอยู่ให้เป็นพระยาอนุราฐบุรีศรีมหาสมุทรตั้งขุนหมื่นกรมการตามฐานาศักดิ์ เมืองชลบุรีแล้วพระราชทานกระบี่บั้งเงินหนึ่งเสื้อแพรเข้มขาบดอกใหญ่พื้นแดงดุมทองเก้าเข็มขัดทองประดับพลอยสายหนึ่งแล้วพระราชทานราโชวาทสั่งสอนว่า แต่ก่อนท่านประพฤติ การอันเป็นอาธรรมทุจจริตนั้นจงละเสีย จงประพฤติกุศลสุจริต ให้สมควรด้วยฐานาศักดิ์แห่งท่านจะได้เป็นเกียรติยศสืบไปใน กัลปาวสานจะเป็นวาสนา ติดตามไปในอนาคต แล้วจึงพระราช
ทานเงินตราไว้สองชั่ง สำหรับสงเคราะห์แก่สมณพราหมณาจารย์ ประชาราษฎรผู้ยากไร้เข็ยใจ ซึ่งชัดสนด้วยเข้าปลาอาหารนั้น จึงตรัสสั่งพระยาอนุราฐว่า ผู้ใดจงใจอยู่ในสำนักท่าน ท่านจงโอบอ้อมอารีเลี้ยงดูไว้ให้เป็นผลถ้าผู้ใดมีน้ำใจสวามิภักดิ์จะติดตามเราออกไป ท่านจงอย่ามีน้ำใจอิจฉา จงมีมุทิตาปราโมทย์อย่าได้ขัดขวางช่วยส่งผู้นั้นออกไปให้ถึงสานักแห่งเรา อย่าให้เป็นเหตุการณ์ประการใดได้ และท่านจงบำรุงพุทธศาสนา อาณาประชาราษฎรให้ทำมาหากินโดยภูมิลำเนา อย่าให้มีโจร และผู้ร้ายเบียดเบียนแก่กันได้...”
หลังจากนั้นพระองค์จึงเปิดฉากรบกับขุนรามหมื่นซ่อง โดยที่ขุนรามหมื่นซ่องไม่มีโอกาสได้ตั้งหลักด้วยเหตุผล๒.ประการที่คือ ๑.
พรรคพวกของนายบุญรอดแขนอ่อน นายหมวด นายบุญมาน้องเมียเจ้าเมืองจันทบุรีและนายชื่นบ้านไข้ ที่จะมาเข้าร่วมกับพระองค์ถูกขุนรามหมื่นซ่องขัดขวางไว้พร้อมข้าวปลาอาหาร ไม่สามารถเข้ามาร่วมกับพระองค์ได้จึงเป็นการสั่งสอนให้หลาบจำพร้อมทั้งช่วยให้พรรคพวกของ“ขุนทหาร” ทั้ง๔ที่เป็นชาวระยอง ได้เข้ามาร่วมกับพระองค์ได้ทั้งกำลังพลและอาหาร ต่อมาข้อ๒.คือการตัดกำลังสำคัญเจ้าเมืองจันทบุรี เพื่อที่เมืองจันทบุรีจะได้เข้าร่วมกับพระองค์โดยง่าย..แต่ไม่ว่าอย่างไรคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่เมืองแกลงที่เล่าขานเป็นตำนานมาตลอดว่า
“รบกันขั้นตะลุมบอนศพมากขนาดทุกวัดช่วยกันยังเผาไม่ทันต้องฝังไว้ก่อนแล้วขุดมาเผาและเจ้าตากถึงกับเสียขุนทหาร” ในการนั้นพระองค์ก็ได้ขุมกำลังเพิ่มจาก “..นายบุญมีบางเหี้ย นายแทน นายมี นายเมืองพะม่า นายสนหมอนายบุญมีบุตรนายสนหมอ.”หลังจากนั้นพระองค์จึงยื่นคำขาดกับเมืองจันทบุรีทันทีว่าถ้าจะเข้ากับพระองค์ต้อง ส่งขุนรามหมื่นซ่องมาและให้เจ้าเมืองจันทบุรีออกมาต้อนรับนอกเมือง.แต่ทั้ง๒ข้อเจ้าเมืองจันทบุรีไม่สามารถสนองตอบได้คือ.การส่งตัวขุนรามหมื่นซ่องไปให้เจ้าตาก(ถือว่าเป็นศัตรู)คนในภูมิภาคนี้ไม่ทำ และ๒.เจ้าเมืองจันทบุรีกลัวในวิธีการของ “เจ้าตาก” นับแต่เหตุการณ์เรียกตัวผู้รั้งเมืองระยองให้มาพบแล้วควบคุมตัว เจ้าเมืองจันทบุรีก็ไม่มั่นใจในความปลอดภัยหากออกมารับซึ่งนับว่าเจ้าเมืองจันทบุรี “อ่านออก” เพราะตอนที่จะประหารนายทองอยู่นกเล็ก พระองค์ก็ให้มาเฝ้า ณ เรือพระที่นั่งแล้วก็ประหาร ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้จะอธิบายถึงความเก่งของนายทองอยู่นกเล็กและนายชื่นบ้านไข้ เพื่อนร่วมน้ำสาบาน ดังนี้ “...ให้หาพระยาอนุราฐลงมาเข้าเฝ้า ณเรือพระที่นั่งตรัสถามก็รับเป็นสัตย์ จึงสั่งให้ขุนนางนายทหารไทยจีนจับพระยาอนุราฐประหาร ชีวิตเสีย และพระยาอนุราฐคงกระพันในตัว แทงฟันหาเข้าไม่ เพราะด้วยสะดือเป็นทองแดง จึงให้พันธนาการแล้วเอาลงถ่วงน้ำเสียในทะเลก็ถึงแก่กรรม แล้วให้จับหลวงพลและขุนอินเชียง ซึ่งร่วมคิดกระทำโจรกรรมด้วยกันนั้นประหารชีวิตเสีย...”แหละนี่คือวิชาคงกระพันชาตรีของคนภูมิภาคตะวันออก...
หลังจากนั้น “ยุทธการทุบหม้อข้าว”อันโด่งดังจึงเกิดขึ้นเป็นตำนานให้เล่าขานจนถึงปัจจุบัน ..จะเห็นได้ว่าเวลา ไม่เกิน ๔๕ วัน พระองค์สามารถยึดเมืองจันทบุรีเป็นฐานที่มั่นได้ “ชุมนุมเจ้าตาก”จึงเริ่มตั้งมั่นหลังจากนี้แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือการประกาศตนเป็นเจ้าชุมนุมนั้นกระทำที่ค่ายท่าประดู่ซึ่งคือบริเวณวัดป่าประดู่ในปัจจุบัน“ชุมนุมเจ้าตาก” จึงถือกำเนิดที่จุดนั้นแต่ที่สำคัญการยึดเมืองจันทบุรีที่มีความพร้อมกว่าในทุกด้านเป็นฐานที่มั่นนั้น กำลังสำคัญอันนอกเหนือจากทหารเมืองตากที่ยกตามกันมาซึ่งไม่เพียงพอที่จะหักเอาเมืองจันทบุรีได้โดยง่ายพระองค์ได้กองกำลังสำคัญจาก๒.หัวเมืองคือ ๑.หัวเมืองระยองโดยได้จากกองกำลังของ๔นักรบ คือนายบุญรอด
แขนอ่อน นายหมวด นายบุญมาน้องเมียพระยาจันทบุรี นายชื่นบ้านไข้และ๒.หัวเมืองแกลงได้กำลังจากนายบุญมีบางเหี้ย นายแทน นายมี นายเมืองพะม่า นายสนหมอ นายบุญมีบุตรนายสนหมอ และต้องรวมถึง“สมเด็จพระสังฆราชชื่น”แห่งวัดหงส์ ที่คอยเกื้อหนุนพระองค์ตลอดมา เขาทั้งหลายเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการเริ่มต้นกู้ชาติบ้านเมืองและมีหลักฐานอันปรากฏชัดเจนว่าบางท่านก็ร่วมรบกับพระเจ้าตากจนตัวตาย.คือนายหมวดขุนพลผู้เงียบขรึมรุ่นแรกซึ่งต่อมาเติบโตในกองพระอาจารย์(พวกนักรบจรยุทธไม่มีชั้นยศ)ท่านเสียชีวิตในการรบที่บางกุ้ง(พงศาวดารแก้ว่าถูกประหาร)และท่านต่อมานั้นท่านร่วมรบกับพระเจ้าตากจนผลัดแผ่นดินก็ไม่ประสงค์ที่จะรับราชการอยู่ต่อไปจึงได้ขออนุญาตพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่บวชเป็นพระและกลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านกร่ำแขวงเมืองแกลงบ้านเกิดของท่าน แต่เมื่อบวชได้เพียง๓พรรษา(๓ปี)ก็มีหมายตราตั้งมาจากเมืองหลวงแต่งตั้งให้เป็นที่พระครูตำแหน่งเจ้าอาวาสและนักรบมีชื่อ(แต่นิรนาม)ท่านนี้คงไม่มีตำนานปรากฏให้เห็นเป็นที่กล่าวขานจนถึงวันนี้ หากท่านไม่มีลูกชายเป็นมหากวีของโลกที่ชื่อสุนทรภู่ซึ่งบันทึกการเดินทางมาหาพ่อของท่านไว้ในนิราศเมืองแกลง ว่าพ่อของท่านมาบวชเป็นเจ้าอาวาสที่วัดบ้านกร่ำนี้ และก็เป็นท่านสุนทรภู่หากวีเอกของโลกเป็นผู้มาทวงความชอบธรรมให้กับบิดาของท่านจึงทำให้เราได้ทราบความจริงว่าพ่อของท่านนั้นเป็นที่โปรดปราน
ของพระเจ้าแผ่นดินทั้ง๒พระองค์มิฉะนั้นคงไม่มีตำนานการบวช๓ปี(พรรษา)เป็นที่พระครูเจ้าอาวาส ท่านอารักษ์ภู่ท่านได้บรรยายไว้ว่า'เจ้าภิภพศาสตราท่านให้'นอกจากนั้นยังทำให้เราทั้งหลายทราบว่าพ่อของสุนทรภู่ ไม่ประสงค์ที่จะรับราชการต่อเช่นเดียวกับพระยาพิชัย(ดาบหัก)แต่พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ก็มิได้ประหารพ่อของสุนทรภู่ย่อมแสดงว่าเป็นที่โปรดปรานเพราะแม้ว่าบวชได้๓ปีแล้วพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ยังแต่งตั้งให้เป็น'พระครูเจ้าอวาส'แต่ท้ายที่สุดท่านเลือกที่จะขอกลับมาตาย(มรณะภาพ)ที่บ้านเกิดอย่างสงบและเรียบง่าย....
และหากท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มนักรบแขวงเมืองแกลงที่อาสาเข้าร่วมรบเมื่อครั้งนั้นหากเทียบอายุของท่านแล้วพ่อของท่านสุนทรภู่คงจะเป็นนายบุญมีบุตรนายสนหมอผู้นั้นแต่ไม่ว่ากรณีใดๆท่านทั้งหลายเหล่านั้นยังไม่เคยได้รับเกียรติยศใดๆให้สมกับการเสียสละของพวกท่าน
และหากผู้ที่ศรัทธาในวีรกรรมอันกล้าหาญของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้มีโอกาสอ่านพบข้อความเหล่านี้ ขอจงตั้งจิตรำลึกถึงคุณงามความดีที่ขุนศึกเหล่านี้ได้กระทำไว้บ้าง เพื่อดวงวิญญาณบนสรวงสวรรค์ของพวกท่านจะได้นอนหลับอย่างมีความสุข..ตลอดกาล
...ด้วยจิตคารวะข้าพเจ้านายภีมเดช อมรสุคนธ์..ขอทำหน้าที่กล่าวขานตำนานวีรกรรมของเหล่าบรรพชนผู้ล่วงลับ
ทนายอ๊อด-ระยอง
 
นิรนาม [49.49.87.xxx] เมื่อ 14/01/2017 13:57
1
อ้างอิง

ทนายอ๊อด-ระยอง

 เรียนท่านนิรนาม
                 ขอบคุณที่คัดมาลงครับแต่ถ้าจะดีช่วยอีกทีครับช่วยคัดมาทั้งหมด จะขอบคุณมากครับ จำได้ว่าเคยเขียนไว้ที่'ศาลาโกหก'
                                             ขอบคุณครับ
 
ทนายอ๊อด-ระยอง [49.49.87.xxx] เมื่อ 15/03/2012 04:07
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
รูปประกอบความคิดเห็น :
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
อีเมล์ :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :