ตอบคุณภีมเดช

ตอบคุณภีมเดช
อ้างอิง อ่าน 1724 ครั้ง / ตอบ 5 ครั้ง

พิม
 ได้อ่านการวิเคราะห์ของคุณในเรื่องชาติกำเนิดของพระองค์ท่านแล้ว คุณก็วิเคราะห์ได้อย่างมีเหตุมีผลดี
แต่ดิฉันก็มีข้อสงสัยที่อยากฟังความคิดเห็นของคุณ คือ
1.  ในขณะที่กรุงศรีอยุธยากำลังอยู่ในภาวะวิกฤตที่ใกล้จะเสียกรุงทำไมนายตุรแปงไม่รีบกลับประเทศตัวเอง
จะยังคงอยู่ให้เป็นอันตรายต่อตนเองทำไม ดิฉันคิดว่าในสภาพการณ์บ้านเมืองตอนนั้นไม่น่ามีชาวตะวันตกอาศัยอยู่แล้ว
2.  งานเขียนของนายตุรแปง มีหลักฐานข้อมูลอื่นมาช่วยสนับสนุนยืนยันหรือไม่ มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทย
หรือของชาติอื่นที่เขียนไว้ในทำนองเดียวกันบ้างไหมขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบ
 
พิม [223.205.158.xxx] เมื่อ 14/01/2017 13:57
1
อ้างอิง
 เรียนคุณพิม
               ข้อ๑.ไม่มีชาวต่างชาติเสียชีวิตในศึกครั้งนั้น นอกจากชาวอยุธยา เพชรบุรี กาญจนบุรี หรือเมืองที่ไม่ยอมอ่อนน้อมทั้งหลายตามที่ได้บรรยายไว้แล้ว เพราะวิธีการรบของพม่านั้นไม่ยอมทำร้ายเมืองที่อ่อนน้อมแม้แต่เมืองเดียว พอถึงช่วงล้อมกรุง๑ปีกับ๒เดือน ก็ยังไม่มีการทำร้ายพวกที่หนีไปเข้าด้วยกับพม่า ส่วนชาวต่างชาติที่เป็นพวกตาสีฟ้านั้นไม่ได้เข้ามาอยุธยาอย่างเดียวแต่เข้ามาทุกๆอาณาจักรในบริเวณนี้และส่วนใหญ่มาเพราะได้รับมอบหมายจากองค์กษัตริย์แห่งตน จึงมีความสัมพันธ์กันเองหมดทุกทุกประเทศในแถบนี้หากพวกตาสีฟ้านั้นมาจากประเทศเดียวกันและเมื่อพม่ามาถึงก็นำพวกเดียวกันเองไปเจรจากับพม่าก่อนแล้ว ให้ดูตัวอย่างพวกที่ปล้นเอาทองที่พระพุทธบาทในช่วงนั้นเป็นตัวอย่างแล้วจะเข้าใจได้ดี
             
               ข้อ๒. ตุรเแปงไม่ได้เขียนเองคนเดียวทั้งหมดให้ดูบทนำว่าบันทึกต่อจากใครบ้างและใครบันทึกช่วงไหน
ที่ผมมีแต่ฉบับที่แปลไว้ไม่สมบูรณ์นักเมื่อครั้งได้มาสอบทานกับเพื่อนที่เรียนปริญญาเอกกฏหมายที่ฝรั่งเศสขณะนั้นเพียงไม่กี่ประโยค ที่สำคัญคือ 'มีพระมารดาเป็นชาวจีน' อันนี้ถามหลายครั้ง ส่วนใหญ่ให้เพื่อนเขียนเป็นจดหมายกลับมาให้ ตอนนั้นยังไม่มีมือถือใช้ในโลก ขณะนี้กำลังขอต้นฉบับที่เป็นภาษาฝรั่งเศสอยู่ รออีกไม่นานจะสรุปให้ทั้งหมด ส่วนเรื่องเอกสารร่วมสมัยคือพงศาวดารราชวงศ์คองบอง ของประเทศพม่า(พระเจ้าอลองพญาเป็นปฐมวงศ์)บันทึกหลังจากเสียกรุงไม่นาน ยังมีคนรุ่นนั้นให้เขาสืบค้นได้ในขณะเขียน มีความแม่นยำกว่าของไทยมาก เอกสารพม่ากับบันทึกตุรแปงบันทึกตรงกันเป็นส่วนใหญ่(เฉพาะที่กล่าวถึงเหตุการณ์เดียวกัน) ที่สำคัญคือการบรรยายเรื่องการสวรรคตของพระเจ้าเอกทัศน์นั้นตรงกันหมด ผิดแต่ชื่อคนเพราะการออกเสียงที่แตกต่างเท่านั้น
 
ภีมเดช [171.4.14.xxx] เมื่อ 10/11/2011 03:05
2
อ้างอิง

thanakorn
มีข้อมูลน่าสนใจ ตามนี้ครับ

 

กำเนิดพระเจ้าตากสิน

 

พระเจ้าเสือ ครองราชย์อยู่ 7 ปี จาก พ.ศ. 2244 จนถึง พ.ศ. 2251 และสวรรคต ขณะอายุ 45 พรรษา มีโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้าเพชร เป็นพระมหาอุปราช และเจ้าฟ้าพร เป็นพระบัณฑูรน้อย

ตามคำให้การของชาวกรุงเก่าและขุนหลวงหาวัด (ในพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ )หลังเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าแล้วใน พ.ศ. 2310 มีเรื่องเกี่ยวกับการกำเนิดของพระเจ้าตากสินอยู่ด้วยพอจะสรุปได้ดังนี้

พระเจ้าเสือมีพระสนมองค์หนึ่งชื่อพระองค์รัตนา ซึ่งเป็นบุตรของพระบำเรอภูธร หลานเธอในพระเพทราชา กับภรรยาชาวเพชรบุรี ละแวกบ้านสมอปรือ พระองค์รัตนาเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าเสืออย่างมาก ต่อมาภายหลังทั้งพ่อทั้งลูกถูกโทษประหารเนื่องจากทำเสน่ห์ยาแฝดหวังครอบครองพระเจ้าเสือไว้แต่เพียงผู้เดียว

พระองค์รัตนา มีน้องสาวอีก 3 คน คือพระองค์เอี้ยง พระองค์พลับ และพระองค์ขาว พระเจ้าเสือและพระองค์รัตนาโปรดพระราชทานพระองค์เอี้ยงให้เจ้าฟ้าเพชร และพระราชทานพระองค์พลับ(กรมหลวงพิพิธมนตรี) และพระองค์ขาว(กรมหลวงอภัยนุชิต)ให้เจ้าฟ้าพร

ก่อนสวรรคต พระเจ้าเสือประชวรหนัก ไม่ชอบเจ้าฟ้าเพชรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงมอบราชสมบัติให้เจ้าฟ้าพร แต่เจ้าฟ้าพรกลับมอบราชสมบัติคืนให้พี่ชาย เจ้าฟ้าเพชรจึงได้ขึ้นครองราชย์ได้ชื่อว่าสมเด็จพระภูมินทรราชา เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า ขุนหลวงท้ายสระ และตั้งเจ้าฟ้าพรเป็นพระมหาอุปราช

ขุนหลวงท้ายสระ ครองราชย์อยู่ 24 ปี จนถึง พ.ศ. 2275 มีโอรส 3 พระองค์ ดังนี้

1 เจ้าฟ้านเรนทร

2 เจ้าฟ้าอภัย

3 เจ้าฟ้าปรเมศวร์

ในปลายรัชสมัยขุนหลวงท้ายสระประชวรหนักใน พ.ศ. 2275 มีเรื่องขัดแย้งกับเจ้าฟ้าพรซึ่งเป็นพระมหาอุปราช จึงมอบราชสมบัติให้เจ้าฟ้านเรนทร แต่เจ้าฟ้านเรนทรไม่ยอมรับเพราะเห็นว่าพระมหาอุปราชควรได้ราชบัลลังก์ จึงเสด็จออกไปผนวช ขุนหลวงท้ายสระจึงมอบราชสมบัติให้เจ้าฟ้าอภัยในขณะยังไม่ทันสวรรคต แต่เกรงว่าจะเกิดสงครามแย่งชิงราชบัลลังก์ พระองค์เอี้ยงกำลังตั้งพระครรภ์ จึงฝากการดูแลอารักขาไว้กับพระยาจักรี พระยาจักรีจึงนำไปฝากจีนไหฮอง นายอากรบ่อนเบี้ยตำแหน่งขุนพัฒน์ดูแลอีกทอดหนึ่งเป็นการอำพรางมิให้ถูกกำจัดได้โดยง่าย

 

 

 

 

เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองรบกันหลายวันฝ่ายพระมหาอุปราชได้ชัยชนะ ขึ้นครองราชสมบัติได้พระนามว่าสมด็จพระมหาธรรมราชาธิราช หรือ ขุนหลวงบรมโกศ คราวนั้นพวกวังหลวงเข้ากับฝ่ายเจ้าฟ้าอภัยและเจ้าฟ้าปรเมศวร์ พวกข้าราชการวังหลวงจึงถูกกำจัดลงไปมาก

เมื่อขุนหลวงท้ายสระเสด็จสวรรคตด้วยโรคพิษที่พระศอ ในปี พ.ศ. 2276 (หลังสงครามกลางเมืองสงบ ) จากนั้นอีกไม่กี่เดือนพระองค์เอี้ยงก็คลอดบุตรเป็นชาย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2277

ตามพระราชพงศาวดาร พระเจ้าตากสิน สมภพวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2277 เป็นบุตรของนายไหฮอง นายอากรบ่อนเบี้ย กับนางนกเอี้ยง ชาวเมืองเพชรบุรี จึงเป็นที่สงสัยว่าจะเป็นคนเดียวกับโอรสของขุนหลวงท้ายสระกับพระองค์เอี้ยงที่เกิดในต้นรัชสมัยพระเจ้าบรมโกศหรือไม่ พระเจ้าตากสินเป็นลูกเจ้าหรือลูกจีนกันแน่

http://netsuthep.wordpress.com/2009/10/12/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99/

 
thanakorn thanakor@sec.or.th [101.108.62.xxx] เมื่อ 26/02/2012 23:13
3
อ้างอิง

Thanakorn
หลักฐานแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  ที่บ่งชี้ว่า พระยาตาก น่าจะมีพื้นเพทางฝั่งมารดา เป็นคนเมืองเพชรบุรี  มีดังนี้

1. ก่อนกรุงแตก เหตุหารณืที่ทำให้พระเจ้าตากตัดสินใจทิ้งกรุงศรีอยุธยา คือ เมื่อครั้งออกลาดตระเวนทางน้ำกับพระยาเพชรบุรี (เรือง ต้นตระกลู พลางกรู และ บุญหลง) ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ของพระยาตาก (สิน)  พระยาเพชรบุรี มุทะลุ ขับพลทางเรือเข้าตีพม่า พระยาตากห้ามก็ไม่ฟัง จนถูกพม่าที่ซุ้มโจมตี จนพระยาเพชรบุรีตายในที่รบ (ถูกระเบิดหม้อ แต่ไม่ตายทันที เนื่องจากคงประพัน จึงถูกพม่าเอาหลาวสวนทวารตาย)  พระยาตากไม่ได้เข้าไปช่วยเนื่องจากกลัวกลศึกพม่า จึงพาพลกับนคร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าเมือง ไปสุ่มอยู่ที่วัดพิชัย ฝั่งตะวันออกของพระนคร ก่อนตัดสินใจทิ้งกรุงศรี) 

จุดสังเกต คือ พระยาตาก มีญาติเป็นถึง เจ้าเมืองเพชรบุรี  นับว่าไม่ธรรมดาทีเดียว


2. นายสุจินดา (บุญมา) ก่อนเข้าร่วมก๊กพระยาตาก ได้ไปหาพี่ชาย (ด้วง) ที่เป็นหลวงยกกระบัตรที่เมืองราชบุรี  พี่ชายเห็นว่าน้องจะไปร่วมก๊กพระยาตากที่เมืองจันทบุรี ก็ไม่ควรไปมือเปล่า จึงแนะนำให้ทำความชอบก่อนด้วยการให้ไปรับมารดาพระยาตาก ที่เมืองเพชรบุรี ไปด้วย นี่ย่อมแสดงว่า หลวงยกกระบัตรทราบดีอยู่แล้วว่ามารดาพระยาตากเป็นคนที่ไหน (จึงเชื่อว่า มารดาพระยาตากน่าจะมีพื้นเพเป็นคนเมืองเพชรบุรี )


3. โอรสองค์หนี่งของพระเจ้าตาก ได้เป็นเจ้าเมืองเพชรบุรีด้วย (ในเวปนี้ก็มีบอกไว้)


4. หากเชื่อว่าพระเจ้าตากไม่ถูกสำเร็จโทษ (เจ้าพระยาจักรี  เปิดทางให้ออกผนวช และเดินทางไปนครศรีธรรมราชทางเรือ) แต่ 3 ปี ต่อมา (พ.ศ. 2328)
พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชมน์ (โดยขุนนางที่ทราบแต่ต้นว่า พระองค์ไม่ถูกสำเร็จโทษตั่งแต่แรก) ขณะมาจำพรรษาที่วัดถ้ำแห่งหนึ่งในเมืองเพชรบุรี (มีการถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันเดียวกับที่กรุงเทพ ที่มีการขุดพระศพองค์ที่ถูกสำเร็จโทษ (คนที่ตายแทนพระองค์) ที่วัดอินทร์)  เมืองเพชรบุรี น่าจะมีญาติของพระเจ้าตากอยู่ไม่น้อย



 
Thanakorn [101.108.62.xxx] เมื่อ 26/02/2012 23:38
4
อ้างอิง

thanakorn
เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยนะครับ

ในสมัยโบราณการที่ทราบว่าใครเป็นลูกเต้าเหล่าใครจะสำคัญมาก โดยเฉพาะพวกที่จะเข้าสังกัดมหาดเล็กเพื่อรับราชการเข้าสังกัดต่างๆ  ตามประวัติพระเจ้าตากโดยทั่วไปแล้วยอมรับกันว่า พระยาตาก (หัวเมืองชั้นโท) ได้เป็นพระยาตั้งแต่อายุ 30 ต้นๆ  ก็นับว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้

1.  การที่พระยาจักรีข้าหลวงเก่ารับท่านเป็นบุตรบุญธรรมก็ชัดแล้วว่า หากเป็นลูกจีนจริงคงไม่น่าจะรับกันได้โดยง่ายนัก และการเป็นบุตรบุญธรรมพระยาจักรี  ย่อมทำให้การเข้าถึงวงในราชการเป็นไปสะดวกยิ่งขึ้น



2. การเข้าสังกัดเวรมหาดเล็ก ก็เข้าสังกัดในวังหลวงมาตลอด ตั้งแต่ สมัยพระเจ้าอยุ่หัวบรมโกศ จนถึงสมัยพระเจ้าเอกทัศน์  ซึ่งต่างจากหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี (ด้วง) ที่เป็นมหาดเล็กสังกัดเจ้าฟ้าอุทุมพร  เมื่อเจ้าฟ้าอุทุมพรออกผนวช จึงเลี่ยงออกไปรับราชการที่เมืองราชบุรีซึ่งเป็นบ้านภรรยา (อัมพวา)


ข้อมูลพระราชประวัติพระเจ้าตากสินมหาราชจากเวปวัดเชิงท่า ระบุไว้ดังนี้

เมื่อยังทรงพระเยาว์เจ้าพระยาจักรีได้ขอสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไปเลี้ยงเป็น บุตรบุญธรรม และได้ตั้งชื่อพระองค์ท่านว่า สิน พอนายสินอายุได้ 9 ขวบ เจ้าพระยาจักรีก็นำไปฝากให้เล่าเรียนหนังสืออยู่ในสำนักของพระอาจารย์ทองดี วัดโกษาวาส ครั้นอายุได้ 13 ปี เจ้าพระยาจักรีได้นำนายสินเข้าถวายตัวรับราชการเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวบรมโกศ ตามประเพณีของการรับราชการในสมัยนั้น

ในระหว่างรับราชการเป็นมหาดเล็กนายสินได้พยายามศึกษาหาความรู้ทางด้านภาษาต่าง ประเทศหลายภาษา มีภาษาจีน ภาษาญวน และภาษาแขก จนสามารถพูดได้สามภาษาอย่างชำนิชำนาญ

ครั้นนายสินอายุได้ 21 ปี เจ้าพระยาจักรีได้ประกอบการอุปสมบทนายสินเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่ในสำนัก อาจารย์ทองดี ณ วัดโกษาวาส ( ปัจจุบันคือวัดเชิงท่า )

นายสินอุปสมบทอยู่ 3 พรรษา แล้วก็ลาสิกขาบทกลับมาเข้ารับราชการตามเดิม เนื่องจากนายสินเป็นผู้ฉลาดรอบรู้ขนบธรรมเนียมราชกิจต่าง ๆ โดยมาก จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายสินเป็นมหาดเล็กรายงาน ด้วยราชการทั้งหลายในกรมมหาดไทย และกรมวังศาลหลวง

พ.ศ. 2301 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรเสด็จเสวยราชสมบัติได้ 3 เดือนเศษ ก็ถวายสิริราชสมบัติแก่สมเด็จพระบรมราชาที่ 3 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นายสินมหาดเล็กรายงานเป็นข้าหลวงเชิญท้องตราพระราชสีห์ขึ้นไปชำระความหัว เมืองฝ่ายเหนือ ซึ่งนายสินได้ปฏิบัติราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะและมีความดีความชอบมาก จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตาก ช่วยราชการอยู่กับพระยาตาก ครั้นเมื่อพระยาตากถึงแก่กรรมลงก็ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้เลื่อนหลวงยกกระบัตร (สิน) เป็นพระยาตาก ปกครองเมืองตากแทน

http://www.watchoengthar.com/index.php?mo=10&art=224756
 
thanakorn [101.108.51.xxx] เมื่อ 27/02/2012 00:27
5
อ้างอิง

thanakorn
เพิ่มติม

 พ.ศ. 2308 พระยาตาก (สิน) ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เข้ามาช่วยราชการสงครามเพื่อป้องกันพม่าในกรุงศรีอยุธยา พระยาตาก (สิน) มีฝีมือการรบป้องกันพระนครอย่างเข้มแข็งมีความดีความชอบมาก จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น พระยาวชิรปราการ (สิน) สำเร็จราชการเมืองกำแพงเพชรแทนเจ้าเมืองเดิมที่ถึงแก่กรรม  (ราชทินนาม คือ พระยาวชิรปราการ   วชิระ = เพชร   ปราการ = กำแพง)

http://board.postjung.com/521668.html



พระราชปณิธานแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เป็นความสัตย์แห่งข้า
ข้าทำความเพียรมิได้คิดแก่กายและชีวิต
ทั้งนี้ จะปรารถนาสมบัติพัสถานอันใดหามิได้
ปรารถนาแต่จะให้สมณะชีพราหมณ์
และสัตว์โลกเป็นสุข
อย่าให้เบียดเบียนกัน
ให้ตั้งอยู่ในธรรมปฏิบัติ
เพื่อที่จะเป็นปัจจัยแก่โพธิญาณสิ่งเดียว
ถ้าแลผู้ใดอาจสามารถอยู่ในราชสมบัติ
ให้สมณพราหมณ์ประชาราษฎร์เป็นสุขได้
จะยกสมบัติทั้งนี้ ให้แก่บุคคลผู้นั้น
แล้วข้าจะไปสร้างสมณธรรมแต่ผู้เดียว
ถ้ามิฉะนั้น ปรารถนาศีรษะและหทัย
วัตถุสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็จะให้แก่ผู้นั้น

พระราชดำรัสที่เมืองพุทไธมาศ
เวลา บ่ายสามโมงเศษ
วันพุธ เดือนอ้าย ขึ้น ๕ ค่ำ
ปีเถาะ พุทธศักราช ๒๓๑๔


http://www.navy22.com/smf/index.php?topic=15651.0

 
thanakorn [101.108.51.xxx] เมื่อ 27/02/2012 00:34
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
รูปประกอบความคิดเห็น :
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
อีเมล์ :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :