หลวงพรหมเสนา

หลวงพรหมเสนา
อ้างอิง อ่าน 3330 ครั้ง / ตอบ 0 ครั้ง

ทนายอ๊อด
 หลวงพรหมเสนาหรือเจ้าพระยานครสวรรค์

               หลวงพรหมเสนา เกิดวันอังคาร เดือน ๖ ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๒๗๙ ที่บ้านเชียงของ (ปัจจุบันคือบ้านเชียงทอง) จ.ตาก บิดาท่านสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองเชียงของ หลวงพระบาง ประเทศลาว มารดาท่านเป็นญาติใกล้ชิดกับพระเชียงเงิน (ธงชัย) ท่านได้ไปเติบโตที่ฝั่งลาว และได้กลับมาเป็นเจ้าคุ้มเชียงทอง ท่านจึงมีอีกนามหนึ่งว่า "เจ้าฟ้าเชียงทอง" และคุ้มของท่านอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ ริมแม่น้ำปิง (ปัจจุบันคือวัดเชียงทอง จ.ตาก)จากนั้นท่านได้ติดตามสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมาเป็นทหารเอกคู่พระทัย อาทิเช่น พระเชียงเงิน (ธงชัย) หลวงพิชัยอาสา (จ้อย) หลวงราชเสน่หา ขุนอภัยภักดี

                    หลวงพรหมเสนารับราชการเป็นสามารถและใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเช่นเดียวกับนายทหารทั้งหลายที่ร่วมรบกันมาตั้งแต่แหกค่าย หลวงพรหมเสนาเป็นนักรบที่มีความสามารถสูงและไม่ย่อท้อในการศึกจึงได้รับโปรดเกล้าตำแหน่งจนถึงพระยาอนุรักษ์ภูธรเมื่อก่อนศึกเจ้าพระฝา

                    เมื่อเสร็จศึกเจ้าพระฝางบ้านเมืองเริ่มเป็นปึกแผ่นได้เสด็จพระราชดำเนินกลับลงมายังเมืองพระพิษณุโลก กระทำการสมโภชพระมหาธาตุและพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์สามวันแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งข้าหลวงเดิมซึ่งมีความชอบในการสงคราม ให้อยู่ครองหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง บรรดาหัวเมืองใหญ่นั้นโปรดให้พระยายมราช เป็นเจ้าพระยาสุรสีห์ครองเมืองพิษณุโลก ถือไพร่พลหมื่นห้าพัน ให้พระยาพิชัยราชาเป็นเจ้าพระยาสวรรคโลก ถือไพร่พลเจ็ดพัน ให้พระยาสีหราชเดโช เป็นพระยาพิชัย ถือไพร่พลเก้าพัน ให้พระยาท้ายน้ำเป็นพระยาสุโขทัย ถือไพร่พลห้าพัน ให้พระยาสุรบดินทร์เป็นพระยากำแพงเพ็ชร ให้พระยาอนุรักษ์ภูธร เป็นพระยานครสวรรค์ ทั้งสองเมืองนั้นถือไพร่พล เมืองละสามพันเศษ

             
เมื่อแต่งตั้งข้าหลวงเดิมไว้ครองหัวเมืองฝ่ายเหนือแล้วโปรดมีรับสั่งให้บรรดาผู้ครองหัวเมืองฝ่ายเหนือนั้นลงมาเฝ้าที่เมืองหลวงเพื่อสั่งสอนอบรมการปกครองและการยุทธอยู่เสมอ พระยานครสวรรค์เป็นขุนนางที่ลงมาเฝ้ามิได้ขาดจึงเป็นที่โปรดปรานมาก(พระยาพิชัยไม่ลงมาเฝ้า๑ครั้ง-โปรดให้เฆี่ยนมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง)ประกอบกับพระยานครสวรรค์เป็นผู้ที่มีความเด็ดขาดในการรบมาก
ในคราวศึกบางแก้ว ก่อนที่พระยานครสวรรค์จะไปช่วยหนุนพระยาธิเบศบดีในวันนั้นเจ้าพระยานครสวรรค์ยกไปถึงโคกกะต่าย ทรงพระกรุณาให้หามาเฝ้า แล้วพระราชทานพระราชอาชญาสิทธิแก่เจ้าพระยานครสวรรค์กับพระแสงดาบข้างหนึ่งให้เจ้าพระยานครสวรรค์ ถือพระราชอาชญาสิทธิ ถ้าผู้ใดย่อหย่อนให้ลงพระราชอาชญาตามกำหนดพิชัยสงคราม แล้วพระราชทานเกนหัดถือปืน ๔๐ คน ลูกหาบ ๔๐ คน ม้าต้นม้าหนึ่ง แก่เจ้าพระยานครสวรรค์แล้วพระราชทานทหารกองนอก ถือปืน ๑๕๐ ลูกหาบ ๑๕๐ คน ให้หลวงอภัยสรเพลิงไปเข้ากองเจ้าพระยานครสวรรค์ แล้วถอดพระธำมรงค์เพ็ชร์องค์หนึ่งพระราชทานเจ้าพระยานครสวรรค์ แล้วพระราชทานพรว่า ชยตุ ภวัง สัพพสัตรู วินาสสันติ ในทันใดนั้นเป็นอัศจรรย์ มหาเมฆยัง ฝอยฝนให้ตกลงมาหน่อยหนึ่ง
.
.
.

 
ทนายอ๊อด [223.207.81.xxx] เมื่อ 14/01/2017 13:57
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
รูปประกอบความคิดเห็น :
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
อีเมล์ :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :